หมวดหมู่สินค้า (ดูทั้งหมด)

มันสำปะหลัง-ราคาถูก

 
 
 
 
 
ตัวเลือกการจัดส่ง
แก้ไขข้อมูล
วิธีการชำระเงิน :
จัดจำหน่ายโดย
เปิดร้านค้า : 06 กรกฎาคม 2565
อัพเดทล่าสุด : 06 กรกฎาคม 2565
 ติดตาม
 แชท
 ติดตาม
 แชท
พื้นที่ให้บริการ : ทั่วประเทศ
จัดจำหน่ายโดย
พื้นที่ให้บริการ : ทั่วประเทศ
มันสำปะหลัง  มีถิ่นกำเนิดในแถบที่ลุ่มเขตร้อน มีหลักฐานแสดงว่ามีการเพาะปลูกกันในประเทศโคลัมเบียและเวเนซุเอลามานานกว่า 3,000-7,000 ปีแล้ว โดยมีการสันนิษฐานว่าแหล่งกำเนิดของมันสำปะหลังน่าจะมาจาก 4 แหล่งด้วยกัน คือ แถบประเทศกัวเตมาลาและเม็กซิโก, ทิศตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาใต้, ทางทิศตะวันออกของประเทศโบลิเวียและทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอาร์เจนตินา, หรือทางทิศตะวันออกของบราซิล มันสำปะหลังแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ ชนิดหวาน และชนิดขม โดยชนิดหวานจะใช้เพื่อบริโภคหรือทำอาหารได้โดยตรง เช่น การนำไปนึ่ง เชื่อม ทอด (เช่น สายพันธุ์ระยอง2 และพันธุ์ 5 นาที) มีปริมาณของกรดไฮโดรไซยานิคต่ำและไม่มีรสขม ส่วนชนิดขม จะไม่เหมาะสำหรับนำมาบริโภคหือใช้เลี้ยงสัตว์โดยตรง เนื่องจากมีปริมาณของกรดไฮโดรไซยานิคสูง ซึ่งมีความเป็นพิษต่อร่างกาย การนำมาใช้ต้องผ่านการแปรรูปก่อน (เช่น พันธุ์ระยอง1, พันธุ์ระยอง3, พันธุ์เกษตรศาสตร์50) แต่ในประเทศไทยจะมีการปลูกมันสำปะหลังชนิดขมเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมกันมากกว่าชนิดหวาน
 
 
 
สรรพคุณ  รักษาเบาหวาน แป้งมันสำปะหลังเป็นผลิตภัณฑ์ที่นิยมนำมาประกอบอาหารหลายชนิดและบริโภคกันมากในประเทศไทย ทั้งยังมีการกล่าวถึงคุณประโยชน์ในการต้านโรคเบาหวาน เนื่องจากมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์บางชิ้นชี้ว่าแป้งมันสำปะหลังอาจส่งผลดีต่อผู้ป่วยโรคนี้ การศึกษาชิ้นหนึ่งได้สำรวจและเก็บข้อมูลจากผู้เข้าร่วมการทดลองที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปที่ไม่เคยเป็นโรคเบาหวาน จำนวน 409 ราย โดยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการรับประทานอาหารและประวัติด้านสุขภาพเป็นเวลาประมาณ 3.5 ปี ผลพบว่ามีผู้เข้าร่วมทดลองป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 30 ราย ซึ่งคนกลุ่มนี้ต่างมีพฤติกรรมรับประทานเนื้อแดงมาก แต่กินแป้งมันสำปะหลังน้อย ผู้วิจัยจึงคาดว่าแป้งมันสำปะหลังอาจมีสรรพคุณในการป้องกันโรคเบาหวาน ผลการศึกษาดังกล่าวสอดคล้องกับผลการทดลองอีกชิ้นหนึ่งที่ชี้ให้เห็นถึงประสิทธิภาพของมันสำปะหลังในการควบคุมอาการของโรคเบาหวาน โดยให้ผู้ที่มีสุขภาพดีจำนวนหนึ่งรับประทานขนมปังที่ทำมาจากแป้งสาลีและแป้งมันสำปะหลัง พร้อมเข้ารับการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ผลลัพธ์พบว่าผู้ที่รับประทานขนมปังที่มีส่วนผสมของแป้งมันสำปะหลังในปริมาณมากมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นน้อยกว่าผู้ที่รับประทานขนมปังแป้งสาลีอย่างมีนัยสำคัญ การบริโภคแป้งมันสำปะหลังจึงอาจส่งผลดีต่อผู้ป่วยโรคเบาหวานและไม่ทำให้อาการของโรคแย่ลง แม้ผลการศึกษาข้างต้นจะชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ด้านการรักษาเบาหวานของมันสำปะหลัง แต่ก็ไม่อาจรับรองความปลอดภัยหากนำมาใช้จริง เนื่องจากไม่ได้ทดลองกับผู้ป่วยเบาหวานโดยตรง อีกทั้งโรคเบาหวานไม่ได้เกิดจากการรับประทานอาหารเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ประกอบด้วย ประเด็นนี้จึงต้องมีการศึกษาในระยะยาวกับผู้ป่วยจำนวนมากและควบคุมปัจจัยด้านต่าง ๆ อย่างรัดกุมต่อไป ผู้ที่ต้องการทดสอบสรรพคุณข้อนี้ของมันสำปะหลังควรคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก โดยเฉพาะมันสำปะหลังดิบซึ่งมีสารบางชนิดที่อาจก่อให้เกิดพิษไซยาไนด์ในร่างกาย หากรับประทานเป็นประจำอาจส่งผลต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์และระบบประสาท อันอาจนำไปสู่ภาวะอัมพาต อวัยวะถูกทำลาย และเสียชีวิตได้ บำบัดโรคเกี่ยวกับระบบเผาผลาญอาหาร มีการศึกษาบางชิ้นชี้ว่ามันสำปะหลังอาจช่วยให้ระบบการเผาผลาญพลังงานทำงานได้ดีขึ้นและส่งผลดีต่อผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพด้านนี้ งานวิจัยชิ้นหนึ่งศึกษากับผู้ที่มีภาวะความบกพร่องของการสะสมไกลโคเจน (Glycogen Storage Disorders: GSD) ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมที่ทำให้ร่างกายเปลี่ยนกลูโคสเป็นไกลโคเจนหรือย่อ ไกลโคเจนให้เป็นกลูโคสไม่ได้ตามปกติ ส่งผลให้น้ำตาลในเลือดต่ำ กล้ามเนื้ออ่อนแรง อ้วนมาก หรือมีปัญหาเกี่ยวกับไต โรคนี้รักษาได้ด้วยการรับประทานอาหารน้ำตาลต่ำเพื่อคงระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติและป้องกันการมีไกลโคเจนสะสมในตับมากเกินไป มันสำปะหลังเป็นอาหารอีกชนิดหนึ่งที่มีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนซึ่งช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดได้ ดังปรากฏในการศึกษาชื้นหนึ่งที่เปรียบเทียบการย่อยของแป้งข้าวโพด แป้งแปรรูป และแป้งมันสำปะหลัง โดยทดสอบกับแบบจำลองกระเพาะอาหารและลำไส้ ผลการศึกษาเผยให้เห็นกระบวนการย่อยแป้งมันสำปะหลังที่จะปล่อยน้ำตาลออกมาช้า ๆ ซึ่งคุณสมบัตินี้อาจส่งผลดีต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยที่มีความบกพร่องในการสะสมไกลโคเจน อย่างไรก็ตาม ยังไม่อาจชี้ชัดได้ว่ามันสำปะหลังมีสรรพคุณในการรักษาโรคดังกล่าว เนื่องจากเป็นการทดลองกับแบบจำลองระบบย่อยอาหารของมนุษย์เท่านั้น ประเด็นนี้จำเป็นต้องมีการศึกษากับผู้ป่วยจริงต่อไปเพื่อรับรองประสิทธิภาพและความปลอดภัย นอกจากนี้ สิ่งที่ควรคำนึงถึงก็คือ มันสำปะหลังที่ปลูกในบางพื้นที่อาจปนเปื้อนสารอาร์เซนิกและแคดเมียมซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยผู้ที่ได้รับสารอาร์เซนิกสะสมเป็นเวลานานอาจเกิดอาการหัวใจเต้นผิดปกติ ตับและไตถูกทำลาย และเสี่ยงติดเชื้อได้สูง ส่วนผู้ที่มีแคดเมียมสะสมในร่างกายเรื้อรังอาจเกิดปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับไต ปอด และกระดูกเปราะได้ บำรุงสุขภาพลำไส้ มันสำปะหลังอุดมไปด้วยแป้งที่ให้พลังงานสูงและมีคุณสมบัติเหมือนเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำ อันส่งผลดีต่อสุขภาพลำไส้ เนื่องจากช่วยให้แบคทีเรียชนิดดีในลำไส้เจริญเติบโตได้ดีและกระตุ้นระบบการย่อยอาหาร รวมทั้งลดการอักเสบของลำไส้ อย่างไรก็ตาม มันสำปะหลังประกอบด้วยสารบางชนิด ได้แก่ ซาโปนิน ไฟเตต และแทนนิน ที่อาจขัดขวางการดูดซึมวิตามิน แร่ธาตุ แคลเซียม ธาตุเหล็ก สังกะสี และทองแดง อีกทั้งอาจก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการย่อยอาหาร ผู้ที่รับประทานมันสำปะหลังเป็นประจำอาจมีสารดังกล่าวสะสมในร่างกายในปริมาณมาก ส่งผลให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอหรือประสบภาวะทุพโภชนาการได้