หมวดหมู่สินค้า (ดูทั้งหมด)

คะน้าฮ่องกงจีน ราคาส่ง

 
 
 
 
 
ตัวเลือกการจัดส่ง
แก้ไขข้อมูล
วิธีการชำระเงิน :
จัดจำหน่ายโดย
เปิดร้านค้า : 06 กรกฎาคม 2565
อัพเดทล่าสุด : 06 กรกฎาคม 2565
 ติดตาม
 แชท
 ติดตาม
 แชท
พื้นที่ให้บริการ : ทั่วประเทศ
จัดจำหน่ายโดย
พื้นที่ให้บริการ : ทั่วประเทศ
คะน้าฮ่องกงจีน  มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Brassica oleracea L. จัดอยู่ในวงศ์ผักกาด  คะน้าเป็นผักที่มีต้นกำเนิดในทวีปเอเชีย นิยมปลูกมากในประเทศจีน ไต้หวัน ฮ่องกง มาเลเซีย และไทย  ลักษณะทั่วไปลำต้นตั้งตรง แข็งแรง อวบใหญ่สีเขียวนวล สูง 20-30 เซนติเมตร  ใบจะแตกออกจากลำต้นเรียงสลับกัน  ผิวใบมีลักษณะเป็นคลื่น ผิวมัน สีเขียวอ่อนถึงเขียวแก่ ยอดมีลักษณะเป็นใบอ่อนขนาดเล็ก 2-3 ใบ  นอกจากนี้ใบะน้ายังมีหลายลักษณะแตกต่างไปตามสายพันธุ์  สายพันธุ์คะน้าที่นิยมปลูกได้แก่ พันธุ์ใบกลม พันธุ์ใบแหลม และพันธุ์ยอด หรือก้าน  เป็นผักใบเขียวอีกชนิดที่เราคุ้นเคย ไม่ว่าจะกินแบบสดๆ ในเมนูยำคะน้ากุ้งสด   เป็นเครื่องจิ้ม เครื่องเคียงในน้ำพริก - หมูมะนาว  หรือจะกินแบบสุกๆ ในเมนูสารพัดผัดผักยอดฮิต เช่น คะน้าหมูกรอบ  คะน้าปลาเค็ม  คะน้าน้ำมันหอย   แม้แต่อาหารจานด่วน เช่น ราดหน้า  ผัดซีอิ๊ว  ข้าวผัดต่างๆ  ก็นิยมใช้คะน้าเป็นวัตถุดิบด้วยเช่นกัน  นอกจากจะเป็นผักที่หาซื้อได้ง่ายแล้วยังอุดมไปด้วยประโยชน์มากมาย
 
 
สรรพคุณ  มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายได้ ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานในกับร่างกาย ทำให้มีสุขภาพแข็งแรง ช่วยบำรุงผิวพรรณและป้องกันการติดเชื้อต่าง ๆ ผักคะน้ามีวิตามินซี ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อให้ชุ่มชื้นมากขึ้น (วิตามินซี) ช่วยบำรุงและรักษาสายตา (วิตามินเอ) คะน้ามีสารลูทีน (Lutein) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต้อกระจกได้ถึง 29% (ลูทีน) ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมและยังช่วยป้องกันการเสื่อมของศูนย์จอตาได้อีกด้วย ช่วยบำรุงโลหิต ธาตุเหล็กและธาตุโฟเลตในผักคะน้ามีความสำคัญต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อต่าง ๆ ทำหน้าที่ช่วยขับออกซิเจนที่เลือดนำมาไว้ใช้ ผักคะน้ามีแคลเซียม ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน (แคลเซียม) ช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน (แคลเซียม) มีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ผักคะน้ามีแมกนีเซียมสูง ซึ่งช่วยลดความถี่ของอาการไมเกรนลงได้ (ธาตุแมกนีเซียม) ช่วยชะลอปัญหาความจำเสื่อม ทำให้อัตราการเปลี่ยนของความจำช้าลง และช่วยชะลอการเสื่อมของอายุสมอง (วิตามินอี) มีคุณสมบัติช่วยป้องกันยับยั้งการเจริญของเนื้องอก ยับยั้งสารก่อมะเร็ง ต่อต้านอนุมูลอิสระและสารก่อมะเร็ง ช่วยส่งเสริมการทำงานของเอนไซม์ที่ช่วยขับพิษของสารก่อมะเร็ง ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งปอด และมะเร็งเต้านม ช่วยป้องกันการเกิดโรคโลหิตจาง ช่วยรักษาโรคหอบหืด เพราะช่วยลดการบีบตัวของกล้ามเนื้อเรียบในหลอดลม และยังช่วยขยายหลอดลมของผู้ที่เป็นโรคหอบหืดอีกด้วย ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้ ช่วยคลายการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อหลอดลมเมื่อถูกโจมตีด้วยละอองเกสรหรือฝุ่นที่ทำให้ร่างกายต่อต้านช่วยป้องกันโรคท้องผูก (เส้นใย) การรับประทานผักคะน้าเป็นประจำจะช่วยป้องกันการเกิดตะคริว ช่วยรักษาสมดุลของระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน ช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย ช่วยลดอาการหงุดหงิด อารมณ์แปรปรวนในสตรีช่วงมีประจำเดือน เป็นผักที่เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานหรือผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำตาลเป็นพิเศษ เพราะผักคะน้าถือว่าจัดอยู่ในกลุ่มผักที่มีน้ำตาลน้อยที่สุดเลยก็ว่าได้ (3-5%) ช่วยเสริมสร้างสมองของเด็กทารกในครรภ์ (กรดโฟลิก) ผักคะน้ามีโฟเลตสูง จำเป็นอย่างมากสำหรับหญิงตั้งครรภ์ เพราะช่วยลดความเสี่ยงต่อการที่เด็กทารกพิการแต่กำเนิด (โฟเลต) ช่วยลดอาการกินของจุบจิบ เพราะแคลเซียมจะช่วยปรับระดับของฮอร์โมนให้คงที่ ทำให้ความอยากกินของจุบจิบสลายตัวไปได้ (ธาตุแคลเซียม)